chaodecor Blog

ศูนย์รวมผู้ที่มีใจรักธรรมชาติ
สิงหาคม 26, 2008

สวนญี่ปุ่น

Author: admin - Categories: การจัดสวนสไตล์ต่างๆ - Tags: , , ,

สวนญี่ปุ่น

เป็นสไตล์การจัดสวนประจำชาติของญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยความงดงามตามธรรมชาติที่แฝงความเชื่อตามหลัก เต๋าและ เซ็นที่สอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร ด้วยความเคารพ

สวนญี่ปุ่น เป็นการจัดสวนที่เลียนแบบธรรมชาติ โดยมีองค์ประกอบที่เด่นชัด เช่น ตะเกียงหินสไตล์ญี่ปุ่น อ่างน้ำล้น สะพาน รั้วไม้ไผ่ และพันธ์ไม้ที่เหมาะสมเช่น สนญี่ปุ่น หลิว ไผ่ ชาดัด เป็นต้น บางครั้งใช้การจัดองค์ประกอบสวนเป็นตัวแทนจำลองเป็นธรรมชาติให้เกิดความสมดุลย์ของ ดิน น้ำ ลม ไฟ

การจัดสวนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบบสวนธรรมชาติ หรือสวนหิน นอกจากจะให้ความสวยงามจากองค์ประกอบทางศิลปะที่ครบถ้วนแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยปรัชญา สะท้อนถึงความสงบ และสันติสุขอันลึกซึ้ง

การแบ่งพื้นที่ของสวนบ้าน

Author: admin - Categories: บทความทั่วไป - Tags: , ,

การแบ่งพื้นที่ในสวนแต่ละประเภทจะแตกต่างกันไป สวนสาธารณะก็แตกต่าง แต่สวนบ้านค่อนข้างจะใกล้ชิดกับประชาชนหรือคนหรือสมาชิกครอบครัวมากที่สุด การแบ่งพื้นที่ของสวนบ้านแบ่ง

ได้เป็น 2 หลักใหญ่ ๆ โดยอาศัยลักษณะของวัฒนธรรมของต่างชาติเป็นต้นแบบ เช่น การแบ่งพื้นที่ของการจัดสวนของชาวตะวันตกหรืออเมริกา ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป บ้านของชาวตะวันตกและ

อเมริกานั้นไม่ค่อยมีรั้วบ้าน อาจจะมีรั้วเป็นรั้วเตี้ย ๆ อย่างนี้เป็นต้น การแบ่งพื้นที่การจัดสวนของชาวตะวันตกจึงแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ

1. พื้นที่ส่วนหน้าหรือส่วนสาธารณะจะเป็นส่วนโชว์ การจัดสวนส่วนนี้ควรจะเป็นสนามเปิดเป็นส่วนใหญ่ ต้นไม้ไม่มาก จะเสริมให้บ้านดูสง่ามีคุณค่ามากขึ้น เป็นส่วนของพื้นที่ที่ติดถนน

2. พื้นที่บริการหรือการปฏิบัติงานส่วนนี้คล้าย ๆ กับครัว พื้นที่ซักล้างภายในบ้าน จะประกอบไปด้วยส่วนที่เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นราวตากผ้า ถังขยะ หรือบางครั้งก็อาจจะดัดแปลงเป็นส่วนพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวที่ใช้ภายในบ้านก็ได้ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ของพื้นที่จัดอยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่บริการ เช่น ห้องครัว ห้องซักล้าง ให้ได้เกิดความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

3. พื้นที่พักผ่อนส่วนตัว โดยทั่ว ๆ ไป สมาชิกครอบครัวต้องการความสงบ ความสวยงาม พื้นที่ของสวนส่วนนี้เปรียบเสมือนกับห้องพักอาศัย ห้องนอน ห้องรับแขก การจัดก็ควรให้อยู่ในสภาพใกล้ เคียงกับห้องนอน ห้องรับแขก หรืออื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วชาวตะวันตกจะใช้พื้นที่ของสวนส่วนนี้อยู่หลังบ้าน เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับลานพักจะมีการจัดอย่างพิถีพิถัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การจัดมีความเป็นพิเศษ หลายบรรยากาศ สนองตอบต่อความสุขของครอบครัวหรือผู้ที่อยู่อาศัยมากที่สุด

 

สำหรับการแบ่งพื้นที่อีกแบบหนึ่งก็คือเป็นของชาวตะวันออก เมื่อปลูกบ้านแล้วมักจะมีรั้วบ้านรั้วโปร่งก็มี รั้วทึบก็มี รั้วค่อนข้างจะสูง การแบ่งพื้นที่จะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

1. ส่วนหน้า เป็นส่วนที่ติดถนน การจัดจะเน้นในเรื่องความเหมาะสม จัดขนาดของพื้นที่ ไม่มีวัตถุประสงค์ของการใช้เป็นที่พักผ่อน

2. สวนครัว อันนี้เจาะลงสวนครัวโดยตรง ให้ทำหน้าที่รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องพืชผักต่าง ๆ กิจกรรมเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่สวนส่วนนี้อยู่ระหว่างสวนหน้ากับสวนใน และในส่วนของสวนครัวอาจจะเป็นที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อีก เช่น ราวตากฟ้า อุปกรณ์สำหรับงานสวน ระบบน้ำ ระบบไฟ

3. ส่วนใน เป็นพื้นที่ด้านหลังบ้าน เปรียบเสมือนเป็นบ้าน หรือส่วนที่พักผ่อนจริง ๆ เพื่อให้ผู้อยู่ อาศัยได้ใช้ชีวิตสัมผัสกับธรรมชาติ การจัดแบบนี้จึงอุดมไปด้วยไม้ใหญ่ ไม้ดอกนานาชนิดแล้วในสวนส่วนในยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย ส่วนแรกคือ ตอนหน้าสุด การจัดจะโปร่งบาง ถัดไปเป็นตอนกลางอาจจะเป็นลักษณะของลำธารน้ำไหล หรือน้ำตกเตี้ย ๆ คลุมแมกไม้ที่มีการปักควบคุมทรง ส่วนด้านหลังนั้นจะเป็นเนินขา โขดหินแล้วก็ป่าไม้ใหญ่ เพราะฉะนั้นลักษณะของการแบ่งพื้นที่ของการจัดสวนแบ่งตามลักษณะ ตามประเพณีนิยม ของชาวตะวันตกและตะวันออก

ขอขอบคุณ readygarden

ทำไมต้องมีสวน

Author: admin - Categories: บทความทั่วไป - Tags: , ,

ทำไมต้องมีสวน?

มนุษย์ที่เกิดมาในโลกจะมีสภาพพื้นฐานจิตใจที่ต้องการประสบหรือพบแต่สิ่งที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์บรรจงสร้างขึ้น แต่เมื่อสภาพความสวยงามตามธรรมชาติบางส่วนได้ถูกทำลายลงไป ก็เกิดการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง เพิ่มเติมสภาพธรรมชาติกลับมาทำให้เกิดมีการจัดสวนขึ้น การจัดสวนในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าได้รับความนิยมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ สวนภายในบ้าน

วัตถุประสงค์ของการจัดสวน มี 3 ประการ คือ

1. การจัดสวนในระบบของพืชผล จะต้องสนองตอบต่อความต้องการของคน คือเอาคนเป็นศูนย์กลางจะต้องเน้นและก็เอื้ออำนวยประโยชน์สูงสุดแก่คน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรืออื่น ๆ กิจกรรมที่คนกระทำอยู่ เช่น ในสวนจะต้องมีทางเดิน ทางเดินเท้า ทางถนนรถยนต์ ศาลาพัก ม้านั่ง สระว่ายน้ำ ที่ละเล่นกลางแจ้ง มีต้นไม้ยืนต้นเป็นร่มเงาตามทางเดิน นอกจากนี้ยังมีไม้พุ่ม ไม้คลุมดินเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีการตัดเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้เกิดความสวยงาม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายใน ป้องกันมลพิษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ เสียง ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น

2. การจัดสวน เพื่อความสวยงาม เน้นที่สุนทรียภาพต่างๆ มุ่งความงามให้เกิดความสุขทางด้านจิตใจ อารมณ์ การจัดจะหลากหลายบรรยากาศ มีมุมสงบมีมุมก่อให้เกิดความประหลาดใจ เป็นการมุ่งเน้นให้เกิดคุณค่า มีความลี้ลับ เพื่อให้เกิดความคิด ความสนใจ ความระทึกใจ ความสร้างสรรค์ เช่น การจัดสวนที่มีมุมน้ำพุ น้ำตก ทางน้ำไหล ไม้ดอกสวยงาม เป็นต้น

3. การจัดสวนเพื่อการทดลอง การศึกษาทดลองค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ กรณีที่ได้รับพืชพันธุ์ใหม่มา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดสวนใหม่ ๆ มา จะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มนุษย์ผลิตขึ้น หรือจากธรรมชาติ มาจัดประกอบเข้ากับรูปแบบของสวนต่าง ๆ ก็ศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ พืชพันธุ์นั้นเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ เหมาะกับรูปแบบของสวนหรือไม่ วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นการศึกษาการค้นคว้าและการทดลองเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมนั่นเอง หาความสัมพันธ์ระหว่างพืชพรรณ วัสดุกับรูปแบบของสวน หรือบางครั้ง อาจจะมีการจัดสวนแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของการศึกษา

ความสำคัญของการจัดสวน

ภายในบริเวณบ้านจะทำให้บริเวณสะอาด เป็นระเบียบ ลดมลพิษต่าง ๆ โดยเฉพาะสนามหญ้าจะสามารถลดมลพิษของแสง เสียง ฝุ่นละออง เพราะหญ้าเป็นตัวกรองฝุ่นละอองและก็ขับแสงได้ดีที่สุดทีเดียว นอกจากนี้ยังทำให้พื้นที่เป็นสัดส่วน มีมุมสงบส่วนตัว เสริมบ้านอาคารให้ดูดีขึ้น มีคุณค่ามากขึ้น ปรุงแต่งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้ดูดีขึ้นมา

ขอขอบคุณ readygarden

สวนบาหลี

Author: admin - Categories: การจัดสวนสไตล์ต่างๆ - Tags: , , , ,

สวนบาหลี

ปัจจุบันสวนสไตล์บาหลี กำลังเป็นที่นิยมจัดกันทั่วไป ทั้งในโรงแรม รีสอร์ต และบ้านอยู่อาศัย ด้วยความมีเสน่ห์เฉพาะตัวของสวนสไตล์นี้ ที่ผสมผสานวัฒนะธรรม ความเชื่อ กับความชุ่มชื่นของสวนน้ำ สวนบาหลีจึงมีลักษณะเป็นสวนในเขตร้อนคล้ายสวนป่า ผสมกับสวนน้ำ ที่มีรูปแบบบรรยากาศลึกลับ ด้วยรูปปั้นแกะสลักรูปต่างๆ ที่ประดับไว้ตามมุมของสวนอันอุดมไปด้วยพรรณไม้เมืองร้อนที่เหมาะกับสวนสไตล์นี้ เช่น ปาล์ม ลีลาวดี ชบา กระดาษ เฮลิโคเนีย เป็นต้น

การจัดสวนสไตล์นี้ มักจะผสมผสานความเป็นสวนน้ำเข้าไปด้วย ส่วนใหญ่จึงมีบ่อน้ำเป็นส่วนประกอบ ซึ่งอาจก่อเป็นบ่อน้ำพุ ประดับด้วยหินทราย และพรรณไม้น้ำ เช่น บัว และกกพันธุ์ต่างๆ ตกแต่งไว้ตามองค์ประกอบหลักของสวน ซึ่งแต่ละสวนอาจใช้รูปแกะสลักหินทราย งานแกะสลักไม้ แทนรูปปั้น เพื่อทำให้มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป

การจัดสวนหิน Rock garden

Author: admin - Categories: การจัดสวนสไตล์ต่างๆ - Tags: , , , ,

สวนหิน Rock garden

สวนหิน Rock garden เป็นสวนที่ใช้หินและกรวดเป็นองค์ประกอบหลักในการจัด โดยเลือกใช้ความหลากหลายจาก ลักษณะและชนิดของหิน ที่แตกต่างกันทั้งสี รูปร่าง และผิวสัมผัส จากนั้นก็นำต้นไม้ มาปลูกประกอบ ให้มีความสัมพันธ์และกลมกลืน กับหินที่เรานำมาจัดวาง อาจจะจัดบนพื้นที่ราบเรียบ หรือเป็นชั้นเป็นเนินก็แล้วแต่นักออกแบบจะสร้างสรรค์ขึ้นมา ซึ่งแนวคิดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นจาก การนำรูปแบบธรรมชาติ เช่น โขดหิน เนินเขา เกาะแก่ง ลำธาร หรือน้ำตก มาจำลอง เอามาจัดวาง ให้เหมาะสมกับสถานที่ ที่เราจะจัดอาจวางหินรูปตั้งบ้าง นอนบ้าง ก็แล้วแต่ความเหมาะสม จากนั้นก็นำต้นไม้ มาจัดประกอบ หรืออาจมีวัสดุอื่น ๆ อีก ก็แล้วแต่ ความต้องการ บางกรณีสถานที่อาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่แล้ว เช่น บ้านพักในชนบทที่ติดกับเขา และธรรมชาติดังกล่าว นักออกแบบสวน อาจจัดบริเวณให้สอดคล้องไปกับธรรมชาติรอบด้าน เช่น หักร้างถางพงเคลียร์พื้นที่รอบ ๆ บริเวณที่พัก คงสภาพหิน หินหรือเนิน ที่เป็นธรรมชาติเอาไว้ และนำต้นไม้ไปแต่งประกอบ แต่อย่างไรก็ต้องคงสภาพของเดิม ตามธรรมชาติ เอาไว้ ซึ่งก็จะเป็นอีกรูปหนึ่ง ลักษณะสวนหินนี้ก็นิยมทางประเทศแถบยุโรปมาก่อนเรียกว่า Rock Garden สร้างความรู้สึก ให้เห็นถึง ความเป็นปึกแผ่นมีพลังสนุกสนาน ทางแถบเอเชีย จีน และญี่ปุ่นก็นิยมจัดเช่นกัน โดยเฉพาะ สวนหินของญี่ปุ่น ซึ่งมักจะเรียกกันว่า Stone Garden ลักษณะสวนหินของญี่ปุ่นจะเป็นลักษณะพิเศษคือ นอกจากสวนหิน ที่เป็นลักษณะ ลอกเลียนธรรมชาติ แล้วยังมี สวนหินที่เป็น ลักษณะจินตนาการ ให้ผู้รับได้ใช้ฝึกสมาธิตามลัทธิเซน จะเป็นการจัดในพื้นราบจัดวางหินเป็นกลุ่มเป็นก้อน สมมุติแทนโขดเขาและเกาะแก่ง มีกรวดล้อมรอบ ทำ ริ้วรอยลวดลาย คล้ายสายน้ำและคลื่น สวนหินลักษณะนี้ จะไม่นิยมใช้ต้นไม้ มาประกอบเลย จะดูนิ่งให้ใช้ฝึกสมาธิได้เต็มที่

การดูแลรักษาสวนกันแบบคร่าวๆ

Author: admin - Categories: บทความทั่วไป - Tags: , , , , , ,

การดูแลรักษาสวนกันแบบคร่าวๆๆ

1. การตัดแต่ง (Pruning) เป็นวิธีการช่วยปรับปรุงโครงสร้างของต้นไม้ ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ทำให้ลำต้นแข็งแรงตั้งตรง อาจจะตัดแต่งเป็นรูปร่างต่าง ๆ เช่น ตัดเป็นรูปฉัตร เป็นรูปสี่เหลี่ยม ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นการกำจัดกิ่งที่เป็นโรค หรือกิ่งที่เหี่ยวแห้งและเป็นการบังคับให้ออกดอก ออกใบ และออกผลไปในตัวด้วย การตัดแต่งควรทำในช่วงฤดูแล้ง เพราะขณะที่พืชเข้าสู่การพักตัว เมื่อได้น้ำและอาหารในฤดูฝน กิ่งก้านและใบใหม่ก็จะแตกออกมา ทำให้ต้นไม้สดชื่นขึ้นได้ในไม่ช้า

2. การใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง การใช้ปุ๋ยเป็นวิธีการบำรุงรักษาดินให้มีคุณสมบัติตามกายภาพ คือมีความร่วนซุย สามารถระบายอากาศและน้ำได้ดีมีความอุดมสมบูรณ์คือมีธาตุอาหารที่พืชต้องการ และสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ ปุ๋ยจะมีอยู่สองชนิดคือ ปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ใส่เพื่อเป็นตัวปรับปรุงสภาพดิน และเป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารที่สลายตัวอย่างช้า ๆ ในดิน

ส่วนปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์นั้น ให้ธาตุอาหารหลักโดยตรง อันได้แก่ N-P-K (ไนโตรเจน-ฟอสฟอรัส/โปแตสเซียม) ซึ่งมีขายตามท้องตลาดโดยแสดง เป็นตัวเลข 3 ตัวเรียงกัน เช่น 16-16-16 หรือที่เรียกกันว่าสูตรปุ๋ยเสมอ สูตรที่มี N สูง ใช้เร่งความเจริญเติบโตของลำต้นและใบ สูตร P สูง ใช้เร่งการออกดอก สูตร K สูง ใช้เร่งการออกผล

ดังนั้น การเลือกใช้ปุ๋ยก็ควรเลือกให้เหมาะกับต้นไม้ที่ปลูก ส่วนยาฆ่าแมลง ใช้ป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช ควรเลือกใช้ยาตามชนิดศัตรูพืช

ก่อนใช้ควรอ่านฉลากยาให้เข้าใจและปฏิบัติตามอย่างระมัดระวัง เมื่อท่านทำความเข้าใจโครงสร้างต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นสวนแล้ว ก่อนที่ท่านจะเริ่มตัดสินใจว่าจะใช้วิธีใด ถึงจะเหมาะกับสวนในบ้านของท่าน จะทำเองทีละขั้น หรืออาศัยผู้ชำนาญมาดูแลให้ ท่านก็ควรจะตัดสินใจวางแนวทางได้แล้วว่า จะจัดสวนอย่างไร 

สิงหาคม 25, 2008

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบจัดสวน

Author: admin - Categories: บทความทั่วไป - Tags: , , , ,

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การออกแบบจัดสวน

การออกแบบจัดสวน คือการจะทำให้สวนมีความสวยงาม จะต้องมีความรู้พื้นฐานค่อนข้างจะสูงมาก ในเรื่องของการออกแบบ นอกจากนี้ สวนสวย ไม่ใช่ว่า สวนจะอยู่ได้นาน จะต้องดูว่าสวนสวย จะต้องมีการดูแลรักษาที่ดี เพื่อให้เขามีชีวิต ที่อยู่ได้ยาวนาน ด้วย หลักการออกแบบ จึงมีความ จำเป็น ต่อการจัดสวนมาก เพราะถือว่าการออกแบบ การเขียนแบบ เป็นจุดเริ่มต้น ของงาน การออกแบบ ที่ดีต้องอาศัยความรู้อยู่ 2 อย่างด้วยกัน

1. องค์ประกอบของศิลป์ เป็นศิลปะที่เกิดจาก การผสมผสานของจิตใจ สอดคล้องกับวิถีชีวิต และเพื่ออำนวยประโยชน์สูง ทางด้าน ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ องค์ประกอบของศิลป์ ที่สำคัญได้แก่ สี ต้องมีความเข้าใจเรื่องของสี เรื่องของเส้น เรื่องของพื้นผิว เรื่องของรูปทรง เรื่องของรูปร่าง เรื่องของช่องว่าง และก็ลวดลาย ซึ่งถือว่าเป็น องค์ประกอบของศิลปะ ผู้ออกแบบจะต้องทำ ความเข้าใจ

2.. หลักในการออกแบบ จะเน้นที่ความสมดุล จะเป็นสมดุลที่แท้จริง สมดุลแบบเชิงล้อเลียนธรรมชาติ อะไรก็แล้วแต่ ช่วงจังหวะทั่ว ๆ ไปที่เราเรียกว่า ลิทึม สำหรับมาตราส่วน ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ความเป็นเอกภาพจัดไปแล้ว มีความเป็นหนึ่งเดียว ไม่หลากหลาย หรือสับสนมากเกินไป ความกลมกลืนของกลุ่มวัสดุที่ใช้ เช่น กลุ่มของหิน กลุ่มของพืชพันธุ์ ในระหว่างการสร้างจุดเด่น รวมถึง ความขัดแย้งถ้าเผื่อจำเป็น จะต้องมีอันนี้เป็น หลักของการออกแบบที่ดี ผู้ออกแบบที่ดี จะต้องศึกษา ข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดเจนและเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางประเด็น ที่อยากจะให้ข้อเสนอแนะว่า ในการออกแบบเราก็มีข้อคิดหลาย ๆ ข้อคิดที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กรณีของการใช้สีในการจัดสวน ถ้าหากเป็น ชาวตะวันออก จะนิยมใช้กลุ่มสีที่เป็นสีเย็นหรือสีพื้น หรือใส่เสื้อผ้าสีพื้นมากกว่า ฉูดฉาด เพราะฉะนั้นลักษณะพืชพันธุ์ สิ่งของที่นำมาใช้ วัสดุมักจะเป็นสีพื้น ๆ และดูได้นาน มีความกลมกลืนค่อนข้างยาวนาน แต่ถ้าเป็น การจัดสวน แบบชาวยุโรปตะวันตก เนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้าง จะแปรปรวนง่าย สีที่ใช้ส่วนใหญ่ของพืชพันธุ์วัสดุ มักจะเป็น สีซ้อนและสีค่อนข้าง จะฉูดฉาด เน้นค่าของสีต่อพื้นที่ พื้นผิวที่ต่างกัน จะมีแปลงไม้ดอกสดใสมากมายในแถบยุโรปซึ่งแตกต่างกัน ในเรื่องการใช้สี นอกจากนี้จะพิจารณาถึง ฉากหลัง หรือ ผนังของอาคาร ต่าง ๆ อย่างเช่น กรณีของผนัง ถ้าเป็น ผนังของอาคาร ที่เป็นสีสว่าง ๆ ก็จะเลือกใช้วัสดุที่มีสีเข้ม เพื่อให้มองดูสวยขึ้น และในทำนองเดียวกัน ถ้าหาก ผนังอาคาร สีเข้มอยู่แล้ว อาจจะใช้วัสดุ พืชพันธุ์ สีสว่าง เพื่อมองดูเด่นชัด อาจจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง กรณีพื้นผิวต่อ งานออกแบบ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ากรณีพื้นผิวหยาบ พืชพันธุ์ ที่นำมาใช้ก็ควร จะใช้ที่มีพื้นผิวละเอียดจะมองดู เป็นความขัดแย้งแต่ ถ้าหากเราต้องการให้มี ความกลมกลืนอาจจะ ใช้พื้นผิวที่หยาบ เช่น พันธุ์ไม้ที่มีใบใหญ่ใบหนา ถ้าหากว่าพื้นผิวหยาบ จะไว้ส่วนหลัง ส่วนหน้าก็จะเป็นพื้นผิวค่อนข้างจะปานกลาง หน้าสุดก็จะเป็นละเอียด ถ้าเป็นสนามหญ้าเปิดกว้าง ๆ จะใช้หญ้านวลน้อย ถ้าหากใต้ร่มไม้ ที่มีแสงไม่มากนัก จะใช้หญ้ามาเลเซีย หรือพื้นที่ขนาดเล็ก อาจจะใช้หญ้าที่ละเอียด เช่น หญ้าญี่ปุ่น การจัดสวน เพื่อให้เกิด ความสวยงาม บางทีสวนที่จัดซับซ้อนเกินไป ไม่ได้บ่งชี้ความสวยงาม ระยะยาว แต่สวนที่จัดให้เกิดความสวยงาม กลับกลายเป็นจัดสวนที่ง่าย มีสนามหญ้าเปิดกว้าง ดูแลรักษาง่าย ยาวนาน และเสริมสิ่งก่อสร้างหลักให้สวยงามมากขึ้น การจัดสวน อย่าให้เป็นเหมือน การจัดเรือนต้นไม้ หรือ ร้านขายต้นไม้ เป็นหลักการ ที่ค่อนข้างจะสำคัญ

วัตถุประสงค์ของการจัดสวน มี 3 ประการ คือ

1. การจัดสวนในระบบของพืชผล จะต้องสนองตอบต่อ ความต้องการของคน คือ เอาคนเป็นศูนย์กลางจะต้องเน้น และก็เอื้ออำนวย ประโยชน์สูงสุด แก่คน ไม่ว่าจะเป็น ด้านร่างกาย หรืออื่น ๆ กิจกรรมที่คนกระทำอยู่ เช่น ในสวนจะต้องมีทางเดิน ทางเดินเท้า ทางถนนรถยนต์ ศาลาพัก ม้านั่ง สระว่ายน้ำ ที่ละเล่นกลางแจ้ง มีต้นไม้ยืนต้น เป็นร่มเงา ตามทางเดิน นอกจากนี้ยังมีไม้พุ่ม ไม้คลุมดินเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีการตัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้เกิดความสวยงาม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายใน ป้องกันมลพิษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ เสียง ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น

2. การจัดสวน เพื่อความสวยงาม เน้นที่สุนทรียภาพต่างๆ มุ่งความงามให้เกิด ความสุขทางด้านจิตใจ อารมณ์ การจัดจะหลากหลาย บรรยากาศ มีมุมสงบมีมุมก่อให้เกิด ความประหลาดใจ เป็นการมุ่งเน้นให้เกิดคุณค่า มีความลี้ลับ เพื่อให้เกิดความคิด ความสนใจ ความระทึกใจ ความสร้างสรรค์ เช่น การจัดสวน ที่มีมุม น้ำพุ น้ำตก ทางน้ำไหล ไม้ดอกสวยงาม เป็นต้น

3. การจัดสวนเพื่อการทดลอง การศึกษา ทดลอง ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ กรณีที่ได้รับ พืชพันธุ์ ใหม่มา วัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ใน การจัดสวน ใหม่ ๆ มา จะเป็น วัสดุอุปกรณ์ ที่มนุษย์ผลิตขึ้น หรือจาก ธรรมชาติ มาจัดประกอบเข้ากับ รูปแบบของสวนต่าง ๆ ก็ศึกษาว่า เหมาะสม หรือไม่ พืชพันธุ์ นั้นเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ เหมาะกับ รูปแบบของสวน หรือไม่ วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นการศึกษาการค้นคว้า และการทดลอง เพื่อหาคำตอบ ที่เหมาะสมนั่นเอง หาความสัมพันธ์ระหว่างพืชพรรณ วัสดุกับรูปแบบของสวน หรือบางครั้ง อาจจะมี การจัดสวน แบบต่าง ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของการศึกษา